FacebookTwitterGoogle Bookmarks
Pin It

สถิติผู้เข้าชมเว็ปไซต์

1532268
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
รวมทั้งหมด
210
220
430
1225437
7664
28432
1532268

Your IP: 3.227.233.78
Server Time: 2019-10-14 10:26:43
ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
ชื่อผู้ใช้: รหัสผ่าน: จดจำข้อมูลการเข้าระบบ
  • หน้าที่:
  • 1

กระทู้: การพัฒนารูปแบบการสอนสุขศึกษา ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ ป.2 (7C model)

การพัฒนารูปแบบการสอนสุขศึกษา ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ ป.2 (7C model) 1 เดือน 1 สัปดาห์ ที่ผ่านมา #76

  • numberneung
  • รูปประจำตัวของ numberneung
  • ออฟไลน์
  • Administrator
  • จำนวนโพสต์: 20
  • พลังน้ำใจ: 0
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการสอนสุขศึกษา ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ ร่วมกับ
การเรียนแบบร่วมมือเทคนิค TGT เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
ชื่อผู้วิจัย นายมงคล เมืองประทุม
ปีที่ทำการวิจัย 2560

บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการสอนสุขศึกษา ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ ร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค TGT เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการสอนสุขศึกษา ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ ร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค TGT เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 2) เพื่อศึกษาผลการพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ก่อนและหลังเรียนโดยใช้รูปแบบการสอนสุขศึกษา ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ ร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค TGT เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้รูปแบบการสอนสุขศึกษา ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ ร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค TGT เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) จำนวน 30 คน ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 ซึ่งได้จากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) รูปแบบการสอนสุขศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 2) แผนการจัดการเรียนรู้ 3) แบบประเมินทักษะชีวิต 4) แบบประเมินความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ใน การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเกณฑ์ เกณฑ์ประสิทธิภาพ และการทดสอบค่าที (t-test)
ผลการวิจัยพบว่า
1. รูปแบบการสอนสุข2) ขั้นจัดกลุ่มนักเรียน (Classify into groups : C2) 3) ขั้นปฏิบัติการกลุ่ม (Collaborate : C3) 4) ขั้นสำรวจ ทำความเข้าใจ (Comprehend and Survey : C4) 5) ขั้นทดสอบความรู้ (Cognitive test : C5) 6) ขั้นรวมกลุ่มนับคะแนน (Check Scores : C6) 7) ขั้นสรุปองค์ความรู้ (Conclude : C7)
2. รูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพ 82.00/82.50 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ 80/80 ทักษะชีวิตของนักเรียนหลังใช้รูปแบบการสอน มีคะแนนสูงกว่าก่อนใช้รูปแบบการสอนสุขศึกษา และพลศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 93.09 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.33
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้
  • หน้าที่:
  • 1
เวลาที่ใช้ในการสร้างหน้าเว็บ: 0.152 วินาที